บทที่ 3 ผู้หญิงที่ถูกประกอบขึ้น

ภูมิหันไปมองชมพู่ "ภาพวาดนี้ คุณวาดเองเหรอ?"

ชมพู่พยักหน้า "ตอนที่ฉันมาถึง ฉันดูคดีแล้ว ก็เลยถือวิสาสะเอาเครื่องหน้าพวกนี้มาประกอบเข้าด้วยกันค่ะ"

อวัยวะที่หายไป ประกอบขึ้นเป็นคนอีกคนหนึ่ง

หูของผู้ตายรายแรก ใบหน้าของผู้ตายรายที่สอง จมูกของผู้ตายรายที่สาม และดวงตาของผู้ตายรายที่สี่

บนใบหน้าขาดเพียงแค่ริมฝีปาก ถ้าฆาตกรโรคจิตกว่านี้อีกหน่อย ไม่แน่ว่าอาจจะเลาะเอาลำตัวมาด้วยก็ได้

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ใบหน้านี้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วว่าเป็นสาวงามระดับท็อป

ภูมิหรี่ตาลง กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นสายตาละห้อยของวิชัยกับคนอื่นๆ ที่มองมา เขาเลยจำใจยื่นภาพวาดออกไป

วิชัยเอ่ยชมอย่างไม่หวงคำพูด "หมอชมพู่ ไม่นึกเลยว่าคุณจะวาดรูปเป็นด้วย สวยจริงๆ ครับ"

ภูมิตวัดสายตามองค้อนวิชัยไปทีหนึ่ง

วิชัยลูบจมูกแก้เก้อ จะอะไรนักหนาเชียว ไม่ได้จะจับลูกสาวชาวบ้านกินสักหน่อย

ภูมิหันกลับมามองชมพู่แล้วถามว่า "คำชมของ ผกก.บก. ที่มีต่อคุณยังน้อยไปนะเนี่ย ไม่นึกว่าคุณจะเป็นนักสเก็ตช์ภาพด้วย"

ในยุคที่กล้องวงจรปิดครอบคลุมไปทั่วแบบนี้ โอกาสที่จะได้ใช้นักสเก็ตช์ภาพมีน้อยมาก

ชมพู่ส่ายหน้า "แค่เคยเรียนมาบ้างเมื่อก่อนค่ะ ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร"

ภูมิพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ในเมื่อคุณมีเวลาวาดรูป งั้นก็คงชันสูตรไปได้เยอะแล้วสินะ ลองว่ามาสิ"

เขาตั้งใจจะลองเชิงชมพู่

วิชัยขมวดคิ้ว มองภูมิแล้วส่งสายตาปริบๆ

น้องเขาเพิ่งมาทำงานวันแรก อย่าเพิ่งกดดันสิ เดี๋ยวหนีไปจะหาหมอนิติเวชจากไหน?

ยิ่งตอนนี้หมอนิติเวชสาวสวยยิ่งเป็นทรัพยากรหายากอยู่ด้วย

ชมพู่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ตื่นตระหนก "ฉันตรวจสอบศพผู้ตายสามรายแรกคร่าวๆ แล้วค่ะ"

"ฉันพบว่าก่อนที่ฆาตกรจะแขวนคอพวกเธอ เขาจะทำให้พวกเธอรู้สึกขาดอากาศหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนคอของทุกคนมีรอยถลอกและรอยกดทับเยอะมากค่ะ"

ชมพู่หยิบรูปถ่ายผู้ตายออกมา หมอนิติเวชคนก่อนเป็นคนของหน่วยอื่นที่ถูกเรียกตัวมาช่วยชั่วคราว เลยทำแค่การตรวจเบื้องต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป รอยบีบที่คอของผู้ตายก็ค่อยๆ ชัดขึ้น

ภูมิก้มมองรูปผู้ตาย แววตาเข้มขึ้นเหมือนกำลังใช้ความคิด ไม่ได้พูดอะไร

ชมพู่พูดต่อ "ไม่มีร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ได้แปลว่าฆาตกรไม่มีความสุขกับร่างกายของพวกเธอนะคะ"

วิชัยพูดเสียงเครียดขึ้นมาบ้าง "ผู้ตายรายแรก ลิลลี่ เพิ่งเลิกกับแฟนก่อนตาย รายที่สอง อัญชสา เพิ่งหย่ากับสามี สุนิษา เป็นโสด ส่วนอัญมณี..."

เขาหันไปมองชมพู่

ชมพู่พูดเสียงเรียบ "ฟังจากเพื่อนของอัญมณีบอกว่า เธอเปลี่ยนแฟนบ่อย แทบจะอาทิตย์ละคน แต่ช่วงนี้เธอกำลังตามจีบผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ตอนนี้ก็ถือว่าโสดค่ะ"

วิชัยตาเป็นประกาย "งั้นจุดร่วมเดียวของพวกเธอก็คือความโสด?"

ชมพู่พยักหน้า เสริมว่า "ยังมีจุดสำคัญอีกอย่าง คือพวกเธอเก่งและสวยมากค่ะ"

บนบอร์ดรูปคดี รูปถ่ายของพวกเธอแม้จะเป็นหน้าสด แต่ก็งดงามโดดเด่น พอเอาเครื่องหน้ามารวมกัน ก็กลายเป็นสาวงามคนหนึ่ง

ภูมิเคาะโต๊ะ ฟังอย่างเกียจคร้าน "ขออะไรที่ผมยังไม่รู้หน่อย"

ชมพู่พูดอย่างใจเย็น "ผู้ตายทุกคนฐานะทางบ้านไม่เลวและมีความสามารถ พวกเธอสวย เก่ง อิสระ คนธรรมดาดึงดูดพวกเธอไม่ได้หรอกค่ะ ดังนั้นฆาตกรมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นคนในสังคมชั้นสูง มีเวลาลงมือเป็นส่วนตัว และมีความสามารถในการลบภาพกล้องวงจรปิด"

"ข้อสอง ฆาตกรอาจเคยมีปมด้อยอะไรบางอย่าง ทำให้เขาชอบความรู้สึกของการทำให้คนขาดอากาศหายใจ" พูดถึงตรงนี้ ชมพู่ก็ยิ้มเยาะที่มุมปาก

ถ้าเป็นแค่รายเดียว ชมพู่คงไม่กล้าฟันธงแบบนี้ แต่นี่ผู้ตายทั้งสี่รายมีสภาพเหมือนกันหมด

ลองใจผู้ตายด้วยความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อสนองความสุขวิปริตและความต้องการแก้แค้นของตัวเอง

"ข้อสาม ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสงสัยมาก คือผู้หญิงที่เกิดจากการปะติดปะต่อใบหน้านี้ มีตัวตนจริงหรือไม่ ถ้ามีจริง เป็นหรือตาย?"

"ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องหาชิ้นส่วนร่างกายที่ถูกตัดไปให้เจอ"

ภูมิเลิกคิ้ว มองชมพู่แล้วพูดเสียงเรียบ "ดูสิ วาทศิลป์ดีขนาดนี้ ทำไมต้องมาเป็นหมอนิติเวชด้วย ไปอยู่แผนกอื่นไม่เหมาะกว่าเหรอ"

ชมพู่ยิ้ม แววตาใสซื่อ น้ำเสียงอ่อนหวาน "ผู้กองภูมิชมฉันเหรอคะ?"

ภูมิสะอึกไปอีกรอบ ถ้าเป็นผู้ชายเขาคงด่ากราดไปแล้ว แต่นี่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ดูบอบบาง

ชมพู่พูดต่อ "ผู้กองภูมิ ฉันไม่มีอำนาจสั่งการ รบกวนคุณส่งรูปผู้หญิงที่วาดนี้ให้ฝ่ายเทคนิคตรวจสอบหน่อยนะคะ ว่ามีคนหน้าตาคล้ายๆ กันไหม"

"ฉันต้องไปผ่าศพต่อแล้ว ขอตัวไม่เข้าร่วมประชุมนะคะ"

พูดจบ ชมพู่ก็ไม่รอให้ภูมิตอบรับ เดินกลับเข้าห้องชันสูตรพลิกศพทันที

ภูมิรู้สึกอัดอั้นตันใจ หาที่ระบายไม่ได้ อึดอัดชะมัด

ศพทั้งสี่ ต้องตรวจใหม่ทั้งหมด

ผู้ช่วยของชมพู่เป็นคนเก่าที่อยู่มาก่อน เห็นเธอยังเด็กก็เลยดูแคลนอยู่บ้าง

ทำไมเธอถึงย้ายมาปุ๊บก็ได้เป็นหัวหน้าทีมหมอนิติเวชเลย

แต่พอเข้าห้องผ่าตัด สีหน้าของชมพู่ก็เย็นชาลงทันที สวมหน้ากากอนามัย เหลือเพียงดวงตาสีดำสนิทที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก

เธอก้มหน้าลง เริ่มผ่าศพผู้ตายรายแรก

ภูมิเดินมาที่ห้องชันสูตรพลิกศพ มองผ่านกระจกเห็นหญิงสาวลงมือผ่าเอากระเพาะอาหารของผู้ตายออกมาอย่างคล่องแคล่ว แล้วส่งให้ผู้ช่วยนำไปตรวจหาสารตกค้าง

ต่อด้วยศพที่สอง ที่สาม และที่สี่

ชมพู่ผ่าศพนานแค่ไหน ภูมิก็ยืนดูอยู่นานแค่นั้น

ระหว่างนั้นธนพลเข้ามาทีหนึ่ง ก็ถูกภาพการผ่าศพทำเอาขวัญหนีดีฝ่อ แม้จะเคยเห็นศพมานับไม่ถ้วน แต่พอเห็นขั้นตอนการผ่าก็ยังรู้สึกพะอืดพะอมอยู่ดี

ชมพู่ให้ผู้ช่วยเย็บปิดศพ ส่วนตัวเองเดินออกมาจากห้องผ่าตัด เธอไม่แปลกใจที่เห็นภูมิ

เธอถามเพียงว่า "ผู้กองภูมิอยากให้ฉันรายงานตอนนี้เลย หรือจะรอผลตรวจพรุ่งนี้คะ"

ภูมิกอดอก มองเธอดึงหน้ากากอนามัยออก แล้วตอบเสียงเรียบ "ตอนนี้"

ชมพู่ดูออกว่าเขาร้อนใจ จึงไม่ลังเลที่จะรายงาน "อาหารในกระเพาะของผู้ตายสามรายแรกย่อยหมดแล้ว แต่รายที่สี่ยังมีฟัวกราส์ที่ยังไม่ย่อย และเธอดื่มเหล้า ซึ่งผลตรวจบอกว่าไม่ใช่เบียร์หรือไวน์ตามท้องตลาด น่าจะเป็นเหล้าหมักเองค่ะ"

"ส่วนประกอบที่แน่ชัด อีกครึ่งชั่วโมงน่าจะรู้ผล"

"ผู้ตายรายที่สองตั้งครรภ์ ตัวอ่อนยังไม่เป็นรูปร่าง เป็นแค่ก้อนเลือดเล็กๆ บนตัวเธอมีบาดแผลมากกว่าคนอื่น เป็นการทารุณกรรมทางเพศ แต่ไม่มีการล่วงละเมิดค่ะ"

ภูมิขมวดคิ้ว ตอนตรวจสอบสามีผู้ตาย เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้

ไม่รู้เรื่อง หรือจงใจปิดบังกันแน่

ทันใดนั้น ธนพลก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา สีหน้าดูไม่ดีนัก "ผู้กองภูมิ เจอผู้หญิงที่หมอชมพู่วาดแล้วครับ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป